พาไปตะลุย “ประเทศจอร์เจีย” รับรองว่าคุณจะหลงรัก!!

พาไปตะลุย “ประเทศจอร์เจีย” รับรองว่าคุณจะหลงรัก!!

ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่า ประเทศจอร์เจีย เป็นอีกหนึ่งประเทศที่กำลังมาแรงมาก ๆ ในตอนนี้ ซึ่งประเทศจอร์เจียเรียกได้ว่าเป็นดินแดนแห่งภูเขา ที่ตั้งอยู่ปลายสุดขอบทวีปเอเชีย มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 2,500 ปี และเต็มไปด้วยสถานที่สวยงามทั้งแม่น้ำ ป่าไม้ ภูเขาน้อยใหญ่ ให้เราได้ชมวิวธรรมชาติ อีกทั้งยังมีบรรยากาศบ้านเมืองทั้งสถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมที่เหมือนกับทางยุโรปรอให้นักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัส ดังนั้น วันนี้เราจึงได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมาฝากเพื่อน ๆ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลยค่ะ

พาไปตะลุย “ประเทศจอร์เจีย” รับรองว่าคุณจะหลงรัก!!

1. Gergeti Trinity Church

                โบสถ์เกอร์เกตี โบสถ์เก่าแก่อายุกว่า 600 กว่าปีที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่สวยงามที่สุดในโลก ศาสนสถานบนเขาสูงที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวสะอาดและความเงียบสงบ โบสถ์เกอร์เกตี นั้นตั้งอยู่บนเขาคัสเบกี (Kazbegi) ที่ความสูงกว่า 2170 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นภูเขาที่อยู่ทางภาคเหนือของประเทศจอร์เจีย (Georgia) มองลงไปจะเห็นเมืองเล็ก ๆ ชื่อคัสเบกี (Kazbegi) นอกเหนือจากความสำคัญในฐานะศาสนสถานแล้ว โบสถ์เกอร์เกตียังทำหน้าที่เป็นสถานที่หลบภัยอีกด้วย ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวของจอร์เจียที่เต็มไปด้วยการถูกรุกราน โบสถ์แห่งนี้จะกลายเป็นที่ซ่อนสมบัติล้ำค่าและวัตถุที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของจอร์เจีย ที่ตั้งของเกอร์เกตีทำให้การที่ศัตรูจะบุกขึ้นไปถึงตัวโบสถ์นั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย นอกจากความสำคัญทั้งทางศาสนาและประวัติศาสตร์แล้ว โบสถ์เกอร์เกตียังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะหนึ่งในโบสถ์ที่สวยที่สุดในโลกอีกด้วย

พาไปตะลุย “ประเทศจอร์เจีย” รับรองว่าคุณจะหลงรัก!!

2. The Bridge of Peace

                สะพานสันติภาพหรือ The Bridge of Peace เป็นสะพานที่มีความยาวถึง 150 เมตร และเป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำคูราเพื่อเชื่อมระหว่างตัวเมืองเก่าและตัวเมืองใหม่ทบิลิซี โครงสร้างหลักของสะพานแห่งนี้ทำมาจากเหล็กและกระจกใส มีการเปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2010 และจัดว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมยุคใหม่ที่มีความสวยงามชิ้นหนึ่งของประเทศจอร์เจีย ที่ไม่ควรพลาด นั่นคือ สะพานแห่งสันติภาพ เป็นสะพานคนเดินรูปโค้ง ก่อสร้างด้วยเหล็กและแก้ว ประดับไฟ LED จำนวนมากเหนือแม่น้ำคูรา อยู่ในตัวเมืองทบิลิซี เมืองหลวงของประเทศจอร์เจีย ตัวสะพานทอดยาว 150 เมตร เป็นสะพานเชื่อมต่อเขตเมืองเก่ากับเขตเมืองใหม่เข้าด้วยกัน ในเวลากลางคืนสะพานจะถูกส่องสว่างด้วยไฟ LED สีขาวนับพันบริเวณหลังคา เป็นภาพที่สวยงามมาก ๆ

พาไปตะลุย “ประเทศจอร์เจีย” รับรองว่าคุณจะหลงรัก!!

3. Uplistsikhe

                เมืองถ้ำอุพลิสชิเค เป็นเมืองที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของ ประเทศจอร์เจีย ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปลายยุคสำริด ประมาณ 1000 ปีก่อนคริสต์ศักราช และมีคนอาศัยอยู่ยาวจนถึงศตวรรษที่ 13 ซึ่งช่วงศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์ศักราช ถึง ศตวรรษที่ 11 เมืองนี้เป็นเมืองที่สำคัญมากทั้งด้านการปกครองและศาสนา นักโบราณคดีค้นพบวิหารจำนวนมาก เชื่อว่ามีความเชื่อมเกี่ยวกับเทพเจ้าสุริยะ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชามาก่อนศาสนาคริสต์ เมื่อศาสนาคริสต์เข้ามาในจอร์เจียก็ทำให้เมืองนี้ มีความสำคัญน้อยลง แต่ผู้คนก็ยังอาศัยอยู่ มีการสร้างโบสถ์คริสต์ขึ้นมา แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ครั้งหนึ่งศาสนาคริสต์และความเชื่อแบบเก่าก็เคยอยู่ร่วมกันในเมืองแห่งนี้ หลังจากการเข้าปกครองของอาหรับในเมืองทบิลีซี เมืองถ้ำอุพลิสชิเคก็กลายเป็นที่อยู่ของกษัตริย์แห่ง Kartli ระหว่างนั้นเมืองขยายใหญ่ขึ้น มีประชากรอาศัยอยู่เกือบ  20,000 คน และกลายเป็นเมืองที่สำคัญในเส้นทางการค้าของกองคาราวานด้วย ต่อมาในปี 1112 เมืองทบิลีซีถูกยึดครองไปอีกครั้ง ทำให้เมืองนี้เสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นเมืองร้างในที่สุด เมืองถ้ำอุพลิสชิเค ครอบคลุมพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตร แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนล่าง ส่วนกลาง และส่วนบน ส่วนกลางเป็นหินตัดทำเป็นห้อง ไม่ได้มีการแกะสลักตกแต่งใด ๆ เป็นแค่โครงสร้างหินใหญ่ๆเท่านั้น ส่วนด้านบนเป็นมหาวิหารของศาสนาคริสต์ เมืองนี้มีการผสมผสานศิลปะการตัดหินที่โดดเด่นของพื้นที่ คล้ายกับเมืองคัปปาโดเกียในตุรกีและเมืองทางเหนือของอิหร่าน

พาไปตะลุย “ประเทศจอร์เจีย” รับรองว่าคุณจะหลงรัก!!

4. Gudauri

                กูเดาริเป็นเมืองสกีรีสอร์ตบนภูเขาที่ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 2,000 เมตร ช่วงฤดูหนาวที่นี่จะเป็นจุดหมายปลายทางหลัก ๆ ของทั้งชาวจอร์เจียและนักท่องเที่ยว เพราะกูเดาริจะกลายสภาพเป็นภูเขาหิมะขนาดใหญ่ไว้เล่นสกีและกีฬาฤดูหนาวทุกรูปแบบ เช่น ฮอกกี้ เลื่อนหิมะ และสโนว์บอร์ด เทือกเขาคอเคซัสที่ปกคลุมไปด้วยหิมะของที่นี่ดูยิ่งใหญ่และสวยงามไม่แพ้กับเทือกเขาแอลป์ทางฝั่งยุโรปเลยทีเดียว ซึ่ง Gudauri ช่วงซัมเมอร์จะมีดอกไม้ป่า ทุ่งหญ้าเขียวขจี ซึ่งสวยงามแตกต่างไปจากฤดูหนาวอันขาวโพลนไปด้วยหิมะ อีกทั้งอากาศก็กำลังเย็นสบาย กลางวันอุณหภูมิประมาณยี่สิบองศา แต่ถ้าวันไหนฝนตกอุณหภูมิจะลดลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเวลาขึ้นไปเที่ยวบริเวณเทือกเขาคอเคซัส จะต้องเตรียมเสื้อกันฝนและกันหนาวให้พร้อมแม้ว่าจะเที่ยวในช่วงฤดูร้อนเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายเจ็บป่วยระหว่างท่องเที่ยวนะคะ

พาไปตะลุย “ประเทศจอร์เจีย” รับรองว่าคุณจะหลงรัก!!

5. Juta Village

                สำหรับใครที่เป็นสายธรรมชาติ บอกเลยว่ามาที่นี่ต้องมีการตกหลุมรักกันชนิดที่ถอนตัวได้ยากแน่นอน เพราะหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของเทือกเขาคอเคซัส โดยวิวเขาจะแวดล้อมกันชนิด 360 องศา เรียกว่าเป็นกำแพงสุดอลังการของหมู่บ้านนี้กันเลยก็ว่าได้ ในช่วงอากาศสบายๆ ที่นี่เป็นสถานที่ขวัญใจนักท่องเที่ยวที่ชอบการเทรคกิ้งเป็นอย่างยิ่งทีเดียว เพราะมีทั้งวิวสวย ๆ ของเทือกเขาขนาดใหญ่ ลำธารสายเล็ก ๆ ที่ไหลผ่านทุ่งหญ้าและทุ่งดอกไม้ ถ้าคุณชอบเที่ยวสไตล์นี้ ปักหมุดเลยเพราะห้ามพลาดที่นี่ด้วยประการทั้งปวง

                เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับสถานที่ท่องเที่ยว ประเทศจอร์เจียทั้ง 5 แห่ง ที่เราได้รวบรวมมาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน และหากใครที่ชอบสถาปัตยกรรม ที่เหมือนกับทางยุโรป ในสมัยก่อน และชื่นชอบภูเขา เป็นชีวิตจิตใจ รับรองว่าประเทศจอร์เจีย จะไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับไอทีเนื้อหาสาระดีๆ อัพเดตใหม่ทุกวัน ข้อมูลต่างๆ ด้านไอที ได้ที่นี itmultinews

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม : naroatgame